ครรภ์เสี่ยงสูง ตรวจอะไรบ้าง — สัญญาณเตือน การตรวจพิเศษ และดูแลอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก
พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์
แพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช
ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์ · มิถุนายน 2569
สารบัญ
ครรภ์เสี่ยงสูง ตรวจอะไรบ้าง — สัญญาณเตือน การตรวจพิเศษ และการดูแลให้ปลอดภัย
ครรภ์เสี่ยงสูงคือการตั้งครรภ์ที่มีปัจจัยซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่หรือทารกในครรภ์มากกว่าปกติ การตรวจครรภ์เสี่ยงสูงอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้แพทย์วางแผนดูแลได้ตรงจุดและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับคุณแม่ในกรุงเทพและปริมณฑลที่กำลังมองหาข้อมูล บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าครรภ์เสี่ยงสูงตรวจอะไรบ้าง ควรเริ่มเมื่อไหร่ และดูแลตัวเองอย่างไร
ใครบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่มครรภ์เสี่ยงสูง
ไม่ใช่ทุกการตั้งครรภ์ที่จะถูกจัดเป็นครรภ์เสี่ยงสูง แพทย์จะประเมินจากหลายปัจจัยร่วมกัน ซึ่งปัจจัยที่พบบ่อย ได้แก่
- อายุของคุณแม่ — อายุต่ำกว่า 17 ปี หรือมากกว่า 35 ปี ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ โดยเฉพาะคุณแม่อายุ 35 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงต่อภาวะโครโมโซมผิดปกติของทารกเพิ่มขึ้น
- โรคประจำตัว — เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ โรคหัวใจ โรคไต หรือโรคเลือด เช่น ธาลัสซีเมีย
- ประวัติการตั้งครรภ์ก่อนหน้า — เคยแท้งซ้ำ คลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อย หรือเคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษ
- ครรภ์แฝด — การตั้งครรภ์แฝดสองขึ้นไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
- ภาวะที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์ — เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes), ครรภ์เป็นพิษ, รกเกาะต่ำ หรือน้ำคร่ำผิดปกติ
หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง แนะนำให้แจ้งแพทย์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฝากครรภ์ เพื่อวางแผนการตรวจและติดตามที่เหมาะสม
สัญญาณเตือนที่ควรรู้ระหว่างตั้งครรภ์
แม้จะยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นครรภ์เสี่ยงสูง แต่หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์โดยเร็ว
- เลือดออกทางช่องคลอดไม่ว่าจะไตรมาสใด
- ปวดท้องรุนแรงหรือปวดบีบเป็นจังหวะก่อนกำหนด
- ความดันโลหิตสูงร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง ตาพร่ามัว หรือบวมผิดปกติ
- ทารกดิ้นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไตรมาสที่ 3
- น้ำเดิน (น้ำคร่ำรั่ว) ก่อนกำหนดคลอด
- มีไข้สูงร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดปัญหาเสมอไป แต่การตรวจเพิ่มเติมจะช่วยให้แพทย์ประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้อง
ตรวจครรภ์เสี่ยงสูง ตรวจอะไรบ้าง
การฝากครรภ์เสี่ยงสูงจะมีการตรวจเพิ่มเติมจากการฝากครรภ์ปกติ ขึ้นอยู่กับชนิดของความเสี่ยงที่พบ โดยแพทย์อาจพิจารณาการตรวจต่อไปนี้
อัลตราซาวด์ MFM (Maternal-Fetal Medicine Ultrasound)
อัลตราซาวด์ MFM เป็นการตรวจอัลตราซาวด์ระดับละเอียดโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ซึ่งจะตรวจโครงสร้างอวัยวะของทารกอย่างครบถ้วน ประเมินการเจริญเติบโต ปริมาณน้ำคร่ำ และการไหลเวียนเลือดในสายสะดือ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจในช่วงอายุครรภ์ 18–22 สัปดาห์ และอาจตรวจซ้ำเป็นระยะในกรณีที่พบความผิดปกติ
NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing)
NIPT ครรภ์เสี่ยงสูงเป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารก เช่น ดาวน์ซินโดรม (Trisomy 21), Edwards syndrome (Trisomy 18) และ Patau syndrome (Trisomy 13) โดยใช้วิธีเจาะเลือดคุณแม่เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำ จึงปลอดภัยและไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้ง สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป มีความแม่นยำสูงมากกว่า 99% สำหรับดาวน์ซินโดรม
การตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (GCT / OGTT)
คุณแม่ทุกรายมักได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 24–28 สัปดาห์ แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูง (เช่น มีประวัติเบาหวานในครอบครัว น้ำหนักเกินมาก หรือเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ครั้งก่อน) แพทย์อาจตรวจตั้งแต่ไตรมาสแรก
การตรวจวัดความยาวปากมดลูก (Cervical Length)
ใช้อัลตราซาวด์ทางช่องคลอดวัดความยาวปากมดลูก เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะในคุณแม่ที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนดหรือเคยผ่าตัดปากมดลูก
การตรวจ NST (Non-Stress Test)
เป็นการตรวจติดตามอัตราการเต้นของหัวใจทารกเทียบกับการดิ้น ช่วยประเมินสุขภาพทารกในช่วงไตรมาสที่ 3 แพทย์อาจนัดตรวจสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งในกรณีครรภ์เสี่ยงสูง
การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
ในกรณีที่ผลคัดกรอง NIPT หรืออัลตราซาวด์บ่งชี้ว่าอาจมีความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้เจาะน้ำคร่ำเพื่อวินิจฉัยยืนยัน โดยทั่วไปทำในช่วงอายุครรภ์ 15–20 สัปดาห์ (ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่นิยมทำตั้งแต่ 16 สัปดาห์ขึ้นไป)
ฝากครรภ์เสี่ยงสูงต่างจากฝากครรภ์ปกติอย่างไร
การฝากครรภ์ปกติมักนัดพบแพทย์ทุก 4 สัปดาห์ในช่วงแรก และถี่ขึ้นเมื่อใกล้คลอด แต่สำหรับการฝากครรภ์เสี่ยงสูง แพทย์อาจปรับแผนดังนี้
- นัดพบแพทย์ถี่ขึ้น — อาจทุก 1–2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของความเสี่ยง
- ตรวจอัลตราซาวด์บ่อยขึ้น — เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารกและสุขภาพรก
- ตรวจเลือดเพิ่มเติม — เช่น ตรวจระดับน้ำตาล ค่าไทรอยด์ หรือค่าการทำงานของตับไต
- วางแผนการคลอดร่วมกับทีมแพทย์ — กำหนดแนวทางการคลอดที่เหมาะสมกับสภาวะของคุณแม่และทารก
สิ่งสำคัญคือการพบสูตินรีแพทย์คนเดิมอย่างต่อเนื่อง เพราะแพทย์ที่เข้าใจประวัติและพัฒนาการของครรภ์จะสามารถตัดสินใจได้เร็วและแม่นยำกว่า
แนวทางดูแลตัวเองสำหรับคุณแม่ครรภ์เสี่ยงสูง
นอกเหนือจากการตรวจตามนัด คุณแม่สามารถดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงเพิ่มเติมได้
- พักผ่อนให้เพียงพอ — นอนหลับ 7–9 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือทำงานหนัก
- ควบคุมอาหาร — รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำตาลและเกลือหากมีความเสี่ยงเบาหวานหรือความดัน
- ทานยาและวิตามินตามแพทย์สั่ง — โดยเฉพาะกรดโฟลิก ธาตุเหล็ก และแคลเซียม
- สังเกตการดิ้นของลูก — ในไตรมาสที่ 3 ควรนับการดิ้นเป็นประจำ หากลูกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้งใน 2 ชั่วโมง ควรปรึกษาแพทย์
- จัดการความเครียด — ความเครียดอาจส่งผลต่อความดันโลหิตและสุขภาพโดยรวม หากรู้สึกวิตกกังวลมาก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยา
สรุป
ครรภ์เสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดปัญหาเสมอไป แต่การรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงและเข้ารับการตรวจที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น ช่วยให้แพทย์ดูแลได้อย่างใกล้ชิดและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มาก สิ่งสำคัญคือการพบสูตินรีแพทย์อย่างสม่ำเสมอและสื่อสารกับแพทย์อย่างเปิดเผย หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงหรือกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ สนใจนัดหมายปรึกษาแพทย์ ติดต่อ Marphob Clinic เพื่อสอบถามข้อมูลบริการฝากครรภ์เสี่ยงสูงและนัดหมายเวลาที่สะดวกสำหรับคุณ
คำถามที่พบบ่อย

พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์
แพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช
วุฒิบัตรสูตินรีเวชศาสตร์
- แพทยศาสตรบัณฑิต — คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสูตินรีเวชศาสตร์ — คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์ · มิถุนายน 2569
ดูโปรไฟล์แพทย์ →นัดหมายปรึกษาแพทย์
สนใจปรึกษาหรือนัดหมาย สามารถจองนัดออนไลน์หรือติดต่อผ่าน Facebook และ LINE


