PCOS คืออะไร — อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย และผลต่อการตั้งครรภ์
พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์
แพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช
ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์ · มิถุนายน 2569

สารบัญ
PCOS คืออะไร — อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย และผลต่อการตั้งครรภ์
PCOS หรือ Polycystic Ovary Syndrome คือกลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ ซึ่งเป็นภาวะฮอร์โมนผิดปกติที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ส่งผลต่อการตกไข่ รอบเดือน และอาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ หากคุณสงสัยว่าตัวเองอาจมีภาวะนี้ การตรวจ PCOS กับสูตินรีแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
ทำความเข้าใจ PCOS — ถุงน้ำรังไข่หลายใบคืออะไร
PCOS เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) มากกว่าปกติ ส่งผลให้รังไข่สร้างถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากและไม่ปล่อยไข่ตามรอบปกติ ชื่อ "ถุงน้ำรังไข่หลายใบ" อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นซีสต์ที่อันตราย แต่จริง ๆ แล้วถุงน้ำเหล่านี้คือฟองไข่ขนาดเล็กที่พัฒนาไม่สมบูรณ์ ไม่ใช่เนื้องอก
ภาวะนี้พบได้ประมาณ 8–13% ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทั่วโลก และหลายคนอาจมี PCOS โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากอาการบางอย่างค่อย ๆ เกิดขึ้นจนชินและไม่ได้สังเกต
อาการของ PCOS ที่ควรสังเกต
อาการของ PCOS อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกข้อ อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ — รอบเดือนห่างเกิน 35 วัน ประจำเดือนขาดหายหลายเดือน หรือมาไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไข่อาจไม่ตกตามรอบ
- สิวและผิวมัน — ฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น สิวอาจขึ้นบริเวณแนวกราม คาง และหลัง
- ขนดก — มีขนขึ้นมากผิดปกติบริเวณใบหน้า หน้าอก หรือท้อง (hirsutism)
- ผมร่วงบาง — ผมบางลงบริเวณกลางศีรษะ คล้ายรูปแบบผมร่วงในเพศชาย
- น้ำหนักขึ้นง่ายและลดยาก — โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินที่มักพบร่วมกับ PCOS
- ผิวคล้ำเป็นปื้น — บริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ (acanthosis nigricans) เป็นสัญญาณของภาวะดื้ออินซูลิน
หากมีอาการเหล่านี้มากกว่า 1–2 ข้อ แนะนำให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม
สาเหตุของ PCOS — ทำไมถึงเป็น
สาเหตุที่แท้จริงของ PCOS ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:
- ภาวะดื้ออินซูลิน — พบในผู้หญิงที่มี PCOS ถึง 70% ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ไม่ดี ตับอ่อนจึงผลิตอินซูลินมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้รังไข่สร้างแอนโดรเจนเพิ่ม
- ฮอร์โมนไม่สมดุล — ระดับ LH (Luteinizing Hormone) สูงเมื่อเทียบกับ FSH ทำให้ฟองไข่ไม่พัฒนาจนสมบูรณ์และไม่ตกไข่
- พันธุกรรม — หากคุณแม่หรือพี่สาวมีภาวะ PCOS ความเสี่ยงจะสูงขึ้น งานวิจัยพบว่ามียีนหลายตัวที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทุกคน
- ภาวะอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ — ผู้หญิงที่มี PCOS มักมีค่าการอักเสบในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งกระตุ้นให้รังไข่ผลิตแอนโดรเจนเพิ่มเช่นกัน
ตรวจ PCOS ทำอย่างไร — ขั้นตอนการวินิจฉัย
การวินิจฉัย PCOS ใช้เกณฑ์ Rotterdam ซึ่งต้องมีลักษณะอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อ ได้แก่ ไข่ไม่ตกหรือตกไม่สม่ำเสมอ มีอาการจากแอนโดรเจนสูง และอัลตราซาวด์พบรังไข่มีฟองไข่ขนาดเล็กจำนวนมาก โดยแพทย์จะต้องวินิจฉัยแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกก่อน
ขั้นตอนการตรวจ PCOS ที่สูตินรีแพทย์มักทำ:
- ซักประวัติ — รอบเดือน น้ำหนักที่เปลี่ยนแปลง ประวัติครอบครัว อาการที่สังเกตได้
- ตรวจเลือด — วัดระดับฮอร์โมน (FSH, LH, Testosterone, DHEA-S, Prolactin, TSH) และตรวจน้ำตาลกับอินซูลินเพื่อประเมินภาวะดื้ออินซูลิน
- อัลตราซาวด์ทางช่องคลอดหรือทางหน้าท้อง — ดูจำนวนและขนาดของฟองไข่ในรังไข่ หากพบฟองไข่ขนาดเล็ก (2–9 มม.) ตั้งแต่ 12 ฟองขึ้นไปในรังไข่ข้างใดข้างหนึ่ง หรือรังไข่มีขนาดใหญ่กว่า 10 มล. จะเข้าเกณฑ์
การตรวจไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวหรือซับซ้อน และผลเลือดมักทราบภายใน 1–2 วัน หากต้องการตรวจ สามารถนัดปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ Marphob Clinic ได้โดยตรง
PCOS รักษาได้อย่างไร
แม้ PCOS จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการและลดความเสี่ยงระยะยาวได้ด้วยการดูแลที่เหมาะสม แนวทางการรักษา PCOS ขึ้นอยู่กับอาการหลักและเป้าหมายของแต่ละคน:
การปรับพฤติกรรม — แนวทางแรกที่สำคัญที่สุด
- ลดน้ำหนัก 5–10% ของน้ำหนักตัว (สำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน) อาจช่วยให้ไข่กลับมาตกตามรอบได้
- เลือกอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (low GI) เพื่อช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
การใช้ยา
- ยาคุมกำเนิด — ช่วยควบคุมรอบเดือน ลดแอนโดรเจน ลดสิวและขนดก
- ยาเมทฟอร์มิน (Metformin) — ช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน อาจช่วยให้ไข่ตกสม่ำเสมอขึ้น
- ยากระตุ้นไข่ — สำหรับผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ เช่น Clomiphene citrate หรือ Letrozole
การเลือกแนวทางรักษาควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินตามอาการและเป้าหมายของคุณเป็นราย ๆ ไป
PCOS มีลูกได้ไหม — ผลต่อการตั้งครรภ์
คำถามที่ผู้หญิงที่มี PCOS กังวลมากที่สุดคือ "PCOS มีลูกได้ไหม?" คำตอบสั้น ๆ คือ — ได้ แต่อาจต้องใช้เวลาและการดูแลเพิ่มเติม
PCOS เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยากจากการไม่ตกไข่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตั้งครรภ์ไม่ได้เลย ผู้หญิงที่มี PCOS จำนวนมากสามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จด้วยวิธีต่าง ๆ:
- ปรับพฤติกรรม — การลดน้ำหนักและควบคุมอินซูลินอาจทำให้ไข่กลับมาตกเองตามธรรมชาติ
- ยากระตุ้นไข่ — แพทย์อาจเริ่มจาก Letrozole หรือ Clomiphene citrate ซึ่งมีอัตราความสำเร็จค่อนข้างดีในกลุ่ม PCOS
- IUI หรือ IVF — หากยากระตุ้นไข่ไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำการฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูกหรือการทำเด็กหลอดแก้ว
สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มวางแผนมีบุตร เพื่อเตรียมร่างกายและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ผู้หญิงที่มี PCOS และตั้งครรภ์ได้แล้วควรฝากครรภ์ใกล้ชิด เนื่องจากมีความเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษสูงกว่าปกติเล็กน้อย
สรุป
PCOS เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและดูแลได้ หากเข้าใจอาการ เข้ารับการตรวจวินิจฉัย และวางแผนรักษาร่วมกับแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะเป็นการควบคุมอาการหรือวางแผนมีบุตร สูตินรีแพทย์สามารถช่วยออกแบบแนวทางที่เหมาะกับคุณได้ สนใจตรวจ PCOS หรือปรึกษาเรื่องสุขภาพสตรี นัดหมายที่ Marphob Clinic สาขาแจ้งวัฒนะ ได้เลย
คำถามที่พบบ่อย

พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์
แพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช
วุฒิบัตรสูตินรีเวชศาสตร์
- แพทยศาสตรบัณฑิต — คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสูตินรีเวชศาสตร์ — คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย พญ. มนัญญา ลักษณะพานิชย์ · มิถุนายน 2569
ดูโปรไฟล์แพทย์ →นัดหมายปรึกษาแพทย์
สนใจปรึกษาหรือนัดหมาย สามารถจองนัดออนไลน์หรือติดต่อผ่าน Facebook และ LINE


